การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

Post on 08 ธันวาคม 2559
by Super User
ฮิต: 314

การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

      การประเมินพัฒนาการ หมายถึง กระบวนการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก ในขณะทำกิจกรรมแล้วจดบันทึกลงในเครื่องมือที่ผู้สอนสร้างขึ้นหรือกำหนดอย่างต่อเนื่องเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกในแต่ละครั้งเป็นข้อมูลในการพัฒนากิจกรรมให้เด็กพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม  และสติปัญญาของเด็ก โดยถือเป็นกระบวนการต่อเนื่องและเป็นส่วนของกิจกรรมปกติ ที่จัดให้เด็กในแต่ละวัน ทั้งนี้ให้มุ่งนำข้อมูลการประเมินมาพิจารณาปรับปรุง วางแผนการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนได้รับการพัฒนาตามจุดหมายของหลักสูตร
 
      1. หลักการประเมินพัฒนาการเด็ก
          1.1 ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้านและนำผลการประเมินมาพัฒนาเด็ก
          1.2 ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
          1.3 สภาพการประเมิน ควรมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน
          1.4 ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผนการใช้เครื่องมือและจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
          1.5 ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลายเหมาะกับเด็ก รวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลายๆ ด้านและไม่ควรใช้แบบทดสอบ
      2. ขั้นตอนการประเมินพัฒนาการเด็ก
          2.1 ศึกษาและทำความเข้าใจในพัฒนาของเด็ก
          2.2 วางแผนเลือกใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมกับเด็ก
          2.3 ดำเนินการประเมินและเก็บรวบรวมข้อมูล
          2.4 สรุปผลการประเมิน
          2.5 การรายงานผล
      3. วิธีการประเมินพัฒนาการเด็ก
          การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยของโรงเรียนสุขานารี มุ่งเน้นวิธีการสังเกตเป็นหลักและเก็บข้อมูลเชิงบรรยาย ประเมินด้วยวิธีการหลากหลายวิธี ดังต่อไปนี้
          3.1การสังเกตมีทั้งการสังเกตที่เป็นระบบและไม่เป็นระบบกล่าวคือ
               3.1.1การสังเกตที่เป็นระบบมีการวางแผนล่วงหน้ากำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจนและกำหนดการวิเคราะห์ค่าชัดเจนแบบสังเกตต่างๆอาจเป็นแบบสังเกตที่บันทึกข้อมูลสังเกตพฤติกรรมเชิงคุณภาพหรือแบบสังเกตที่วัดโดยใช้มาตราส่วนประมาณค่าซึ่งได้แก่แบบสังเกตการเล่นในกิจกรรมต่างๆแบบสังเกตพฤติกรรมของเด็ก(รายกรณีกลุ่มเด็ก) แบบสังเกตทักษะการช่วยเหลือตนเองแบบสังเกตพฤติกรรมทางสังคมหรือการเล่นเป็นกลุ่มเป็นต้นซึ่งแบบสังเกตแต่ละแบบที่กำหนดขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมในการใช้กับเด็กแต่ละคน
               3.1.2 การสังเกตที่ไม่เป็นระบบ เป็นแบบสังเกตที่ไม่มีการวางแผนในการกำหนดรูปแบบหรือวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลไว้ล่วงหน้า ซึ่งครูเขียนบันทึกในทันทีที่สังเกตุพบพฤติกรรมบางอย่างที่เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือเด็กในแต่ละคน ซึ่งแบบสังเกตุลักษณะนี้เหมาะกับการสังเกตุเด็กเป็นรายกรณีในเด็กที่มีพฤติกรรมที่เป็นปัญหา ได้แก่แบบสังเกตุการณ์ช่วยเหลือตนเอง เพื่อวัพัฒนาการทางด้านร่างกาย แบบสังเกตการณ์เล่นกลางแจ้ง เพื่อพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ และสังคม เป็นต้น
          3.2 การสัมภาษณ์ เป็นการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม ซึ่งครูได้เตรียมคำถามไว้เพื่อสัมภาษณ์ บรรยากาศในการประเมินลักษณะนี้ต้องไม่เครียดหรือสร้างสถานการณ์ขึ้น ควรเน้นวิธีการสนทนาพูดคุยให้เป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกว่ากำลังถูกประเมินอยู่ ซึ่งแบบสัมภาษณ์ที่กำหนดไว้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมทางภาษา แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมทางสังคม แบบสัมภาษณ์รายกรณีที่เป็นปัญหา เป็นต้น
          3.3 การตรวจผลงาน เป็นการประเมินความสามารถของเด็ก จากผลงานที่ครูกำหนดให้เด็กได้ปฏิบัติซึ่งผลงานส่วนใหญ่นั้น จะเป็นผลงานจากกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การวาดภาพ การปั้น การประดิษฐ์ชิ้นงานจากความคิดหรือจินตนาการของตนเอง เป็นต้น ทั้งนี้ชิ้นงานส่วนใหญ่นั้นมักประเมินความสามารถทางสติปัญญา ฉะนั้นการตรวจผลงานเด็ก จึงเป็นการประเมินที่ครูนำมาใช้น้อยที่สุด
      4. เกณฑ์การผ่านช่วงชั้นปฐมวัย โรงเรียนสุขานารี มีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
         1. เวลาเรียน โรงเรียนสุขานารี กำหนดให้ผู้เรียนต้องมาเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80ของเวลาเรียนตลอดทั้งปีการศึกษา เพื่อเป็นการฝึกและเตรียมความพร้อมในเด็กมีวินัยในตนเองและรักการเรียนรู้ (ทั้งนี้ ยกเว้นเด็กที่ผ่านเกณฑ์การประเมินพัฒนาการครบทุกด้าน)
         2. พัฒนาการของผู้เรียนทั้ง 4 ด้าน
             2.1 ด้านร่างกาย
             2.2 ด้านอารมณ์และจิตใจ
             2.3 ด้านสังคม
             2.4 ด้านสติปัญญา